TikTok ร่วมแนวปฏิบัติยุโรป ไม่อนุญาตถ้อยคำรุนแรงบนแอปฯ

1 October 2020 Corporate

TikTok แอปฯ วิดีโอสั้นชื่อดัง ร่วมมือยุโรปเรื่องจรรยาบรรณต่อต้านการใช้ถ้อยคำรุนแรงผิดกฎหมาย

คอร์แมค คีแนน ประธานด้านความระบบความปลอดภัยภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา (EMEA) เปิดเผยในแถลงการณ์ว่า บริษัทไม่เคยอนุญาตให้มีการใช้ถ้อยคำรุนแรงใน TikTok และเชื่อว่าเป็นเรื่องสำคัญที่แพล็ตฟอร์มอินเตอร์เน็ตจะต้องให้ความสำคัญกับประเด็นนี้

ทั้งนี้แนวการปฏิบัติที่ไม่มีผลผูกพันธ์ทางกฎหมายนี้เริ่มขึ้นเมื่อสี่ปีที่แล้วที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ไม่กี่รายเห็นชอบร่วมกันในมาตรการดำเนินการต่อคอนเทนต์ที่ผิดกฎหมาย ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้ผู้ใช้รายงานเมื่อพบถ้อยคำรุนแรงเกลียดชัง และยืนยันจะเพิ่มการทำงานร่วมกันเพื่อแบ่งปันแนวทางปฏิบัติในการจัดการกับปัญหาดังกล่าว

ตั้งแต่ปี 2016 มีบริษัทที่ร่วมลงนามตามแนวทางดังกล่าวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีบริษัทที่เข้าร่วมได้แก่ Dailymotion, Facebook, Google+, Instagram, Jeuxvideo.com, Microsoft, Snapchat, TikTok, Twitter และ YouTube

โดยในแถลงการณ์ของ TikTok เน้นย้ำ “ความอดทนเป็นศูนย์” ต่อการใช้ถ้อยคำรุนแรงเกลียดชังหรือกลุ่มที่เน้นความรุนแรง ซึ่งมีนัยเหมือนต้องกระทบกระเทียบ Facebook ที่เคยมีประวัติปฏิเสธที่จะนำข้อความลักษณะดังกลาวลงบนฐานของหลักการ “เสรีภาพในการแสดงออก” 

“เรามีจุดยืนที่ไม่ยินยอมกลุ่มจัดตั้งความรุนแรงรวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะเป็นแอคเคาน์ที่แพร่หรือเชื่อมโยงกับกลุ่มที่คิดว่าคนผิวขาวสูงส่งกว่าคนสีผิวอื่น ๆ (white supremacy) หรือกลุ่มชาตินิยม กลุ่มที่เน้นอำนาจผู้ชาย กลุ่มต่อต้านชาวยิว รวมทั้งกลุ่มอุดมการณ์ที่มีพื้นฐานความเกลียดชัง เรายังได้ลบถ้อยคำแสดงการล่วงละเมิดเชื้อชาติและปฎิเสธความโหดร้ายรุนแรงทั้งปวง เช่น การฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวยิวและทาสต่าง ๆ” คีแนนกล่าว

“เป้าหมายสูงสุดของเราคือการลดถ้อยคำรุนแรงใน TikTok บริษัทตระหนักดีว่านี่เป็นความท้าทายที่ทำได้ยากเพราะโลกกำลังแบ่งขั้วกันเพิ่มมากขึ้น แต่เราเชื่อว่าสิ่งนี้จะไม่หยุดยั้งความพยายามของเรา ความก้าวหน้าแต่ละก้าวที่เกิดขึ้นทำให้เราใกล้ชิดมากขึ้นกับชุมชนที่มีไมตรีสำหรับผู้คนใน TikTok และที่อื่น ๆ ในโลก” 

น่าสนใจที่กฎต่างๆ เกี่ยวกับถ้อยคำรุนแรงในสหภาพยุโรปได้รับการมองว่าเป็นโอกาสสำหรับ TikTok ในการสร้างความแตกต่างต่างจากแพล็ตฟอร์มโซเชียลคู่แข่ง แม้ว่าส่วนใหญ่บริษัทเหล่านั้น (รวมทั้งเฟซบุ๊ก) ก็ได้ลงนามเห็นร่วมด้วยกับแนวทางปฏิบัติเดียวกัน 

TikTok ได้ลงนามในไม่กี่เดือนหลังจากที่ได้ร่วมชื่อในโครงการลักษณะเดียวกันนี้ของสหภาพยุโรปที่มีเป้าหมายจัดการกับการเผยแพร่ข้อมูลเท็จบนโลกออนไลน์ผ่านคำสัญญาที่ไม่มีพันธะทางกฎหมาย

แนวทางปฏิบัติแบบสมัครใจเป็นที่นิยมของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี เพราะเปิดโอกาสให้แพล็ตฟอร์มได้นำเสนอไอเดียที่พวกเขากำลังดำเนินการต่อประเด็นของคอนเทนต์

แนวทางดังกล่าวยังเป็นการซื้อเวลาโดยการคงไว้ซึ่งกฎระเบียบแท้จริง แต่ก็จะเกิดขึ้นในอนาคตตัวอย่างเช่นนักกฎหมายของสหภาพยุโรปพุ่งเป้าเรื่องกฎระเบียบที่โปร่งใสสำหรับแพล็ตฟอร์มเพื่อสนับสนุนการรายงานการถอดถอนถ้อยคำรุนแรงแบบอาสาและเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้ได้รับการแจ้งข้อมูลจากแพล็ตฟอร์มอย่างเหมาะสม

กฎหมายบริการดิจิทัลมีกำหนดนำเสนอก่อนสิ้นปีนี้ โดยหน้าตาที่ชัดเจนของกฎระเบียบแพล็ตฟอร์มของสหภาพยุโรปยุคใหม่จะยังคงเน้นกฎเกณฑ์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เข้มงวดขึ้น โดยนักกฎหมายให้คำแนะนำจากการประเมินจากกฎระเบียบเดิมที่เรียกว่าแพล็ตฟอร์มยามเฝ้าประตู

“มาร์เก็ตเพลสออนไลน์ของยุโรปควรจะเป็นระบบนิเวศน์ที่สดใสที่เป็นโอกาสให้สตาร์ทอัพได้เบ่งบาน สตาร์ทอัพเหล่านี้ไม่ควรจะถูกปิดร้านจากการควบคุมของแพล็ตฟอร์มยามเฝ้าประตูไม่กี่ราย” มาร์การ์ท เวสทาเกอร์ รองประธานอาวุโสและประธานฝ่ายการแข่งขันกล่าวในกรุงเบอร์ลิสเมื่อเร็ว ๆ นี้ และเสริมว่า การกำหนดรายการที่ “ทำได้” และ “ห้ามทำ” สามารถป้องกันแนวทางที่อาจจะส่งผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้

“เป้าหมายก็คือทุกบริษัทไม่ว่าใหญ่หรือเล็กก็สามารถแข่งขันได้ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์”

ตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นบนแพล็ตฟอร์มโซเชียลเมื่อไม่นานนี้ ก็คือคลิปวิดีโอการฆ่าตัวตายที่มีรายงานว่ามีการแชร์บน TikTok ซึ่งบริษัทชี้แจงว่าได้พยายามจะเอาคอนเทนต์นี้ที่มีการไลฟ์สตรีมบนเฟซบุ๊กออกแล้ว

Reference: TechCrunch.com