The Shed สตาร์ทอัพอเมกันเปิดตัวธุรกิจ “ให้เช่าทุกสิ่ง”

26 September 2020 Startups

โมเดลให้เช่าเป็นที่นิยมสำหรับแวดวงแฟชั่น แต่ยังไม่แพร่หลายสำหรับธุรกิจอื่นๆ The Shed สตาร์ทอัพในริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนียจึงมุ่งหวังจะเป็นผู้เปลี่ยนแปลง

บริษัทก่อตั้งโดยคาเรน ร็อดเจอร์ส โอนีล ผู้บริหารผู้มีประสบการณ์การตลาดมายาวนาน และแดนีล เพอโรน ผู้บริหารด้านเทคโนโลยีและผู้ประกอบการซึ่งก่อตั้งบริษัทบรอดแมพและถูกซื้อโดยแอปเปิล The Shed หวังว่าจะใช้โมเดลการให้เช่าตามรอยโฮมเดโป้ซึ่งทำจนกลายพัฒนาเป็นธุรกิจพันล้าน แต่ตั้งเป้าให้อยู่ในตลาดแมส 

สิ่งที่ต่างจากโฮมเดโป้ คือ The Shed มีสินค้า 8 ประเภท โดยบริษัทแสตนลีแบล็คแอนด์เดคเคอร์ เข้าร่วมเป็นพันธมิตรแล้วและยังมีบริษัทอื่นๆ เข้าร่วมด้วย

การลดการบริโภคโดยการขยายแนวคิดเศรษฐกิจให้เช่า (rental economy) และทำให้ผู้คนเช้าถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ได้ถือว่าเป็นอะไรที่วิเศษสำหรับสตาร์ทอัพ

“เราไม่ได้ซื้อสินค้า เราส่งสินค้าทุกประเภทและให้เช่าแก่มาร์เก็ตเพลสท้องถิ่นที่เราทำธุรกิจด้วย” เพอโรนกล่าว

สิ่งเดียวที่ผู้ผลิตทำก็คือสินค้าและชุดการใช้งานเบื้องต้นเพื่อว่า The Shed และพนักงานจะสามารถบริหารจัดการกับสินค้านั้น ๆ ได้

ซึ่งตั้งแต่เริ่มเปิดตัวในเดือนเมษายน บริษัทก็ได้ขยายจากเมืองริชมอนด์ในเวอร์จิเนียไปเดนเวอร์และเตรียมที่จะขยายไปที่อื่น ๆ เช่นพอร์ตแลนด์ ออสติน และซานโฮเซ่

ร็อดเจอร์ส โอนีล มีแนวคิดย้อนไปในปี 2012 เมื่อครั้งที่เธอทำงานเป็นผู้บริหารการตลาดให้แก่เจเนรัลอีเลคทริกที่บอสตัน เพอโรนพบกับร็อดเจอร์ส โอนีลในงานเน็ตเวอร์คกิ้งที่บอสตันและเห็นคล้องกับแนวคิดของเธอในเรื่องทางเลือกที่มากขึ้นของการให้เช่าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนและลดการบริโภคซึ่งเป็นอะไรที่น่าจะตอบโจทย์ผู้บริโภค

ทั้งนี้ The Shed ไม่ใช่บริษัทแรกที่มีความพยายามที่จะนำธุรกิจการเช่ามาใช้ให้กว้างขึ้นกับกลุ่มสินค้าคอนซูเมอร์เพื่อที่จะลดปริมาณการบริโภค Joymode สตาร์ทอัพในลอสแองเจลิสก็เคยมีความพยายามอย่างมากที่จะทำในเรื่องเดียวกันนี้ ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้ถูกขายให้แก่บริษัทลงทุนเริ่มต้นในนิวยอร์ค

โจ เฟอนานเดซ ซีอีโอของ Joymode กล่าวถึงความยากในการทำธุรกิจดังกล่าวว่า หนึ่งในสมมติฐานของธุรกิจนี้คือ เมื่อบริษัทมีสิ่งของต่างๆ เปิดให้เช่าใช้งาน ลูกค้าก็จะมีความต้องการทำสิ่งต่างๆ เพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้บริโภคต้องการเหตุผลเพิ่มเติมว่าทำไมพวกเขาจึงต้องใช้บริการของบริษัท และปัจจุบันยังไม่มีการทำกิจกรรมสร้างแรงจูงใจเพื่อสร้างความต้องการใช้สินค้าของบริษัทที่เพียงพอ

แต่ The Shed ต่างออกไป เนื่องจากบริษัทไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้า แต่เป็นเหมือนตัวกลางและจัดการสินค้าระหว่างร้านค้าปลีกในพื้นที่กับผู้ผลิตที่ต้องการใช้ประโยชน์จากบริการของบริษัท

โดยนอกเหนือจากแสตนลีแบล็คแอนด์เดคเคอร์แล้ว ก็ยังมีบริษัทพรีมัสที่ทำอุปกรณ์แคมปิ้งซึ่งได้วางสินค้าไว้กับ The Shred พร้อมกับ โมบิลิตี้พลัสที่มีวีลแชร์และสกู๊ตเตอร์ บริษัทรีเพลสเมนต์สซึ่งเป็นดีลเลอร์จีนรายใหญ่ที่สุดในประเทศที่ทำ “ปาร์ตี้อินอะบ๊อกซ์” เป็นดินเนอร์ค๊อคเทล หรือปาร์ตี้น้ำชา

ปัจจุบันบริษัทระดมทุน 1.75 ล้านเหรียญสหรัฐจากนักลงทุนและผู้ประกอบการจากริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย โดยมีโรงงานผู้ผลิตถึง 60 รายพร้อมดำเนินการและแต่ละเดือนมีผู้ค้าอีก 15-18 บรษัทที่เซ็นต์สัญญา ซึ่งบริษัทก็ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

เพอโรนบอกว่าที่เขาร่วมมือกับคาเรนเพราะมองเห็นว่า The Shred จะเป็นผู้พลิกโฉมธุรกิจให้เช่า เพราะยังมีร้านค้าปลีกในธุรกิจเฉพาะอีกมากมายที่ยังไม่มีธุรกรรมออนไลน์ ดังนั้น The Shred จะทำหน้าที่เป็นถนนเพื่อให้บริษัทเหล่านั้นเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น

อ้างอิง: TechCrunch.com