NIA เปิดมิติใหม่ Virtual Event ระดมนวัตกรรมสตาร์ทอัพฝ่าวิกฤติ

25 August 2020 Startups

NIA เปิดมิติใหม่ Virtual Event ครั้งแรก ผนึกสตาร์ทอัพและนวัตกรรมชั้นนำของไทยและต่างประเทศมาแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรม ในงาน Startup Thailand x Innovation Thailand Expo 2020 ภายใต้แนวคิด ‘Innovation in Times of Crisis’ พร้อมอัพเดทวงการสตาร์ทอัพและนวัตกรรมจากทั่วโลก การันตีจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤติ

พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA กล่าวเปิดงาน Startup Thailand x Innovation Thailand Expo 2020 ระหว่างวันที่ 1 – 4 กันยายนนี้ พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มอีเว้นท์ออนไลน์ สู่ “โลกนวัตกรรมเสมือนจริง : Virtual World” นับเป็นมิติใหม่ในการจัดงานรูปแบบเสมือนจริง หรือ Virtual Event ครั้งแรกของประเทศไทย เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของเหล่าสตาร์ทอัพและนวัตกรรมชั้นนำในประเทศ เข้ามาร่วมกันแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรม รวมถึงอัพเดทข้อมูลในแวดวงสตาร์ทอัพและนวัตกรรมจากทั่วโลกที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤติที่เกิดขึ้นทั่วโลกขณะนี้ ภายใต้แนวคิด ‘Innovation in Times of Crisis’

พันธุ์อาจ กล่าวว่าการจัดงาน Startup Thailand หรือ Innovation Thailand ในช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับดีมากทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนกระทั่งประเทศไทยเผชิญสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส Covid-19 จึงได้รวบการจัดงานของ 2 เวทีดังกล่าวเข้าด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์การบูรณาการการทำงานเข้าด้วยกัน ตามนโยบายรวมกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ทั้งงานวิจัยพัฒนา การศึกษา การสร้างคน การสร้างอนาคต และการสร้างนวัตกรรมอยู่ภายใต้กระทรวงเดียว

อย่างไรก็ตาม Startup Thailand หรือ Innovation Thailand  เป็นการรวมเพื่อความยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะการระดมสตาร์ทอัพ นักลงทุน เมนทอร์มืออาชีพจากวงการธุรกิจและสตาร์ทอัพ ที่สำคัญนับเป็นปรากฎการใหม่ในการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำมาจับกระแสทิศทางหรือแนวโน้มนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จากการเก็บข้อมูลทุกอย่างที่มีการพูดคุยภายในงาน 1 – 4 กันยายน นี้ เพื่อพลิกวิกฤติและโอกาสด้วยการสร้างนวัตกรรมใหม่ 3 อย่างสำคัญ คือ นวัตกรรมสู้วิกฤติโรคระบาด นวัตกรรมแก้ปัญหาโลกร้อน และ นวัตกรรมต่อสู้กับวิกฤติกทางเศรษฐกิจ

สำหรับรูปแบบงาน Virtual Event ประกอบด้วย  FORUM ที่จัดขึ้นรับการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ผ่านฟีเจอร์มากมายที่จำลองสภาพแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบเสมือนอยู่ในห้องสัมมนาจริง ทั้งการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วมงาน การสอบถามวิทยากรแบบทันที   นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสในการหาคู่ค้าทางธุรกิจและการประกอบอาชีพผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้นในรูปแบบเสมือนจริงเต็มรูปแบบ  เช่น  Virtual Marketplace ตลาดจำหน่ายสินค้าในรูปแบบเสมือนจริงแห่งแรกของประเทศรวมกว่า 200 บูธ ที่สร้างช่องทางแนะนำสินค้านวัตกรรมและจับคู่ธุรกิจให้แก่สตาร์ทอัพและผู้ประกอบการนวัตกรรมไทย รวมถึงการพิชชิ่งของสตาร์ทอัพไทยแก่นักลงทุนผ่านทางออนไลน์ หรือ  Online Business Consulting การให้บริการปรึกษาออนไลน์จากผู้เชี่ยวชาญภาครัฐและเอกชนรวมกว่า 10 สาขา จากผู้เชี่ยวชาญจากทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาที่มาร่วมให้คำปรึกษากว่า 30 คน สำหรับผู้สนใจเกี่ยวกับการเป็นสตาร์ทอัพและการสร้างธุรกิจนวัตกรรม หรือ Virtual Job Market  และ การเปิดรับสมัครงานและแนะนำอาชีพในอนาคตรวมกว่า 400 อาชีพ ที่เปิดรับสมัครรวมกว่า 600 ตำแหน่ง จากกว่า 100 องค์กรชั้นนำของประเทศ พร้อมการแนะนำอาชีพในอนาคตจากผู้บริหารหน่วยงานชั้นนำ

ทั้งนี้จะมีการโชว์ Live MARTech Show ชมการแสดงสดผ่านทางออนไลน์ ที่นำเสนอศิลปะ ดนตรี นันทนาการ ร่วมกับการนำเทคโนโลยีมาจัดแสดงร่วมกันครั้งแรกในรูปแบบ Virtual Concert ที่สร้างสรรค์สตูดิโอเสมือนจริงขึ้นอย่างอลังการ พร้อมให้แฟนคลับใกล้ชิดกับศิลปินและมีส่วนร่วมระหว่างการแสดงผ่านทางออนไลน์

พันธุ์อาจ กล่าวว่าไฮไลท์ คือ พิธีประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ Prime Minister Award ให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพของประเทศ และเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจให้แก่สตาร์ทอัพไทยให้ก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ และพิเศษในปีนี้จะมีเพิ่ม 3 รางวัลแก่ผู้ประกอบการที่สามารถนำนวัตกรรมมาช่วยแก้ไขสถานการณ์วิกฤตการการแพร่ระบาดของโควิด-19

นอกจากนี้ในเวทีจะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยน 6 กระแสเศรษฐกิจอนาคต อาทิ 1. BCG Economy 2. อาหารในอนาคต 3.ความเหลื่อมล้ำ 4.สังคมไร้เงินสด 5.ฟื้นการท่องเที่ยวด้วยไมซ์เทค และ 6.การแพทย์ทางไกล  สำหรับเป้าหมายสำคัญของการจัดงาน ไม่ใช่ยอดผู้เข้าชม แต่คือ การทำงานร่วมกัน ระหว่างทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันคิดค้นนวัตกรรม และ แพลตฟอร์มใหม่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลง ให้ Virtual World ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็น ประชาคม สตาร์ทอัพ เอสเอ็ม และ นักลงทุน ให้ได้มาเจอกัน 

สะหรับในช่วงเสวนา อีเว้นท์ออนไลน์ สู่ “โลกนวัตกรรมเสมือนจริง : Virtual World” ประวิทย์ ประกฤตศรี  กรรมการบริหารหอการค้าไทย กล่าวว่าประเทศไทยผ่านจุดวิกฤติต่ำสุดมาแล้ว การดำเนินธุรกิจหรือเศรษฐกิจในยุคชีวิตวิถีใหม่ คือ ต้องสร้างนวัตกรรมให้มากขึ้น ทั้งนวัตกรรมทางสังคมและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด สำหรับสิ่งที่ภาคธุรกิจต้องเร่งทำ คือ การจ้างงาน พร้อมกับเพิ่มทักษะและพัฒนาทักษะใหม่แก่คนรุ่นใหม่ที่กำลังจบการศึกษา รวมถึง กระทรวง อว. ต้องนำงานวิจัยที่อยู่บนหิ้งออกมาใช้เชิงพาณิชย์ ให้มากขึ้น  การใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพ และ การปลดล็อคกฎหมายกฎระเบียบต่าง ๆ ต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ รวมถึงการสร้างย่านนวัตกรรมใหม่ อาทิ ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี หรือ ย่านนวัตกรรมการแพทย์สวนดอก แหล่งรวมโรงเรียนแพทย์ และ สาธารณสุข พร้อมกับเร่งผลักดันนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาสู้วิกฤติด้านการท่องเที่ยว หรือ ย่าน “ศรีจันทร์” จังหวัดขอนแก่น สนับสนุนนวัตกรรมเข้ามาส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน การท่องเที่ยวเมืองรอง หรือ ไทยแลนด์ ริเวียร่า ฯลฯ

ศรัณย์ สุตันติวรคุณ หุ้นส่วนบริหาร บริษัท เอ็น-เวสต์ เวนเจอร์ จำกัด กล่าวว่าขณะนี้นักลงทุนเริ่มกลับมาลงทุนต่อธุรกิจสตาร์ทอัพ แต่เป็นในบางภาคส่วนธุรกิจ ที่มีความเสี่ยงต่ำและมีโอกาสรอดสูง เช่น ธุรกิจอีคอมเมริ์ธ การศึกษาออนไลน์ หรือ อีสปอร์ต ดังนั้นการเอาตัวรอดของสตาร์ทอัพใน ระยะสั้น คือ การระดมทุนหลากหลายช่องทาง การดูแลสภาพคล่องกระแสเงินสด การหาแหล่งทุนใหม่ มีเงินสำรอง หรือ เงินออม  สำหรับระยะยาว ควรใช้ประโยชน์จาก Virtual World เพื่อระดมทุนจากนักลงทุนต่างประเทศที่จากเดิมอาจต้องบินมาประเทศไทย แต่จากนี้ไปสื่อสารทาง Virtual World ได้ สามารถทักหรือพูดคุยกันได้โดยตรงระหว่างนักลงทุนกับสตาร์ทอัพ

ภัทรพร โพธิ์สุวรรณ์   นายกสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ (Thailand Tech Startup Association : TTSA)  กล่าวว่าสตาร์ทอัพ ต้องใช้ประโยชน์จาก Virtual World ทั้งการหาแหล่งทุน พันธมิตรร่วมทุน หรือ หาลูกค้า พร้อมกับต้องระวังตัวในการลงทุนให้มากขึ้นและต้องวางแผนการเงินระยะยาวทำตัวเหมือนเอสเอ็มอี แต่ใช้ ดิจิทัลมาติดปีกทางธุรกิจถึงจะอยู่รอด พร้อมกับต้องคิดนวัตกรรมเพื่อจำหน่ายตลาดต่างประเทศด้วย และรู้จักการทำงานกับภาครัฐ ถือเป็นการปรับตัวในการแข่งขันให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ 

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการ ด้านระบบนวัตกรรม NIA กล่าวว่านวัตกรรมใหม่ไม่ได้เกิดเฉพาะในภาคธุรกิจแต่ภาคประชาชนมีการปรับตัวในทุกระดับ ขณะที่ภาครัฐต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกลไกการทำงาน โดยเฉพาะการให้ทุนหรือนำนวัตกรรมมาต่อสู้กับสถานการณ์ Covid – 19 ดังเช่น การจัดงาน Virtual World ที่เกิดจากการระดมสมองเพื่อใช้เป็นช่องทางการสื่อสารในโลกยุคใหม่ที่การติดต่อกันในอนาคตไม่อาจสัมผัสใกล้ชิดกันได้เพื่อป้องกันการติดเชื้อจึงเกิดเป็นนวัตกรรมในครั้งนี้