กฟภ.ยุคใหม่ ‘ดิจิทัลยูทิลิตี้’

11 October 2020 Corporate

ทรานสฟอร์มสู่โลกอนาคต เทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า IoT มาแรง กฟผ.ยกเครื่ององค์กรเป็น ‘ดิจิทัลยูทิลิตี้’ ผุดแพลตฟอร์ม EcoStruxure ADMS อัพเกรดระบบจ่ายไฟให้ไร้ข้อผิดพลาด พยากรณ์แม่นยำ มิติใหม่ด้านประหยัดพลังงาน สอดรับยุค Digital Economy

วัลลภ กิตติวิวัฒน์ รองผู้ว่าการปฏิบัติการและบำรุงรักษา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดเผยว่าการเข้ามาของเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างอุตสาหกรรมไฟฟ้า กฟภ. จึงกําหนดยุทธศาสตร์ที่มุ่งสู่การเป็น ‘ดิจิทัลยูทิลิตี้’ ภายใน ปี พ.ศ. 2565 นับเป็นการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ ทั้งในด้านเครือข่ายระบบไฟฟ้า การให้บริการลูกค้า กระบวนการภายใน ทรัพยากรบุคคล และเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม ดังนั้น ความสำเร็จของดิจิทัลทรานสฟอร์เมชัน หรือ Digital Transformation จำเป็นต้องมีการบูรณาการระบบงาน กระบวนการต่างๆ ให้มีมาตรฐาน และมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อรองรับการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ Internet of Things (IoT) รวมทั้งการปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับโครงสร้างอุตสาหกรรมไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ กฟภ.วางแผนทรานสฟอร์ม โครงสร้างองค์กร และ รูปแบบการดำเนินงานที่จะมีความคล่องตัวมากขึ้น โดยบุคลากรของ กฟภ.จำเป็นที่จะต้องมีความรู้เพิ่มขึ้น มีความสามารถเพียงพอและทักษะที่เหมาะสม ขณะที่หน่วยงานด้านธุรกิจและหน่วยสนับสนุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ต้องประสานการทำงานร่วมกันแบบ Collaboration หลายภาคส่วนของ กฟภ.ต้องดำเนินการด้านต่างๆ ไปพร้อมกัน โดยเฉพาะการเดินทางไปสู่ สมาร์ทกริด มิติใหม่ของการให้บริการด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศซึ่งจะช่วยลดเวลาที่ใช้แก้ไขเมื่อกระแสไฟฟ้าขัดข้อง เพิ่มความสามารถในการควบคุม สั่งการ พยากรณ์ และวิเคราะห์การใช้พลังงานของผู้ใช้ไฟฟ้าได้อีกด้วย

สำหรับเทคโนโลยีดิจิทัลที่ กฟภ.จะนำมาใช้ควบคุม-สั่งการจ่ายไฟฟ้า คือ EcoStruxure™ ADMS (Advanced Distribution Management System) แพลตฟอร์มที่ช่วยให้ระบบควบคุมการจ่ายไฟฟ้าของ กฟภ.มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านสมาร์ทกริดที่ตรวจพบข้อผิดพลาดอย่างรวดเร็ว จึงแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที และการบริหารจัดการพลังงานให้สามารถใช้งานได้อย่างเพียงพอในทุกพื้นที่ แม้ในช่วงที่เกิดวิกฤต

นอกจากนี้ แพลตฟอร์ม ดังกล่าวยังมีการใช้ โซลูชัน สำหรับการบริหารจัดการแหล่งพลังงานแบบกระจายตัว (Distributed Energy Resource Management System: DERMS) ซึ่งช่วยให้ กฟภ.ได้เห็นการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าทั้งระบบ และสามารถทำงานร่วมกับระบบเดิม หรืออุปกรณ์หลากหลายแบรนด์ได้อย่างราบรื่น ส่งผลให้เครือข่ายเสถียรมากยิ่งขึ้น ลดต้นทุนการดำเนินงานลง รวมถึงเพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของบุคลากรได้

และที่สำคัญที่สุดคือ ช่วยให้ กฟภ.คาดการณ์แนวโน้มการใช้ไฟในอนาคตได้ ซึ่งจะส่งผลต่อการบริหารจัดการแหล่งพลังงานรูปแบบอื่นๆ ที่เข้ามาเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับแพลตฟอร์ม EcoStruxure ADMS ที่นำมาอัปเกรดระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟฟ้าให้ กฟภ. เป็นนวัตกรรมของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ซึ่งมาช่วยวิเคราะห์จ่ายไฟฟ้าให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมไฟฟ้ารูปแบบใหม่ได้ดียิ่งขึ้นโดยความเปลี่ยนแปลงต่างๆ นี้ อยู่ภายใต้ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ (คปศ.) ซึ่งทาง กฟภ.หวังให้ภาคประชาชนและภาคธุรกิจพลังงานได้รับประโยชน์จากโครงการ และร่วมเดินหน้าประเทศไทยสู่ Digital Economy ได้อย่างแท้จริง